วัดโพธิ์หอม (วัดป่าหัวพัน)

วัดโพธิ์หอมหรือวัดป่าหัวพัน เดิมทีเดียวเป็นวัดร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ความพิเศษที่น่าสนใจ คือมีปูนปั้นรูปบุคคล 4 หน้า ซึ่งเรียกว่า “รูปพรหมสี่หน้าหรือพรหมพักตร์” ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ถึง 2 เศียร ตั้งประดับประดาอยู่บนพานปูนปั้นหน้าศาลาและสร้างบนฐานของพระอุโบสถเดิม สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นส่วนยอดของประตูวัดหรืออุโบสถ หากว่ารูปปูนปั้น ซึ่งมีจำนวน 2 ชิ้นนี้เป็นศิลปวัตถุของวัดนี้มาแต่เดิม
Continue reading “วัดโพธิ์หอม (วัดป่าหัวพัน)”

วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว)

ตั้งอยู่เลขที่ 166 หมู่ 2 ตำบลหนองบัว สร้างขึ้น พ.ศ. 2365 เดิมชื่อว่า “วัดหนองบัว” เนื่องจากหมู่บ้านนี้มีหนองน้ำและมีบัวหลวงมากมาย ผู้สร้างวัดคือ สมเด็จเจ้าเถื่อน สมเด็จพร กับขรัวยายไข่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามราชสีมาครั้งหลังวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 ภายในวัดมีส่ิงที่น่าสนใจคือ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป รูปเหมือนหลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หลวงพ่อจาดอดีตเจ้าอาวาส ด้านหน้าวิหารมีพระพุทธรูปปางประทานพรสีทององค์ใหญ่ พระมหาธาตุเจดีย์ศรีชัยนาท เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยนาท สร้างขึ้นเพื่อพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองราชย์สมบัติครบ 50 ปี
Continue reading “วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว)”

วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)

อาจกล่าวได้ว่าวัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ เป็นวัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฉะเชิงเทราเลยทีเดียว โดยเชื่อกันว่าวัดนี้เป็นหนึ่งใน 3 วัดที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวมังกร กล่าวคือ หัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานคร หางมังกรอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี และท้องมังกรนั้นอยู่ที่วัดเล่งฮกยี่แห่งนี้นั่นเอง

วัดนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 ในปีพ.ศ.2449 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรีเพื่อเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – ฉะเชิงเทรา พร้อมกับพระราชทานนามว่า “วัดจีนประชาสโมรสร” ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ 4 องค์ ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า พระประธาน 3 องค์และองค์ 18 อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่เซ่งเอี้ย) ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธานและยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ ตามคติจีน ระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ใบ ในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญา ปารมิตราสูตร ถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการสวดมนต์ซึ่งได้บุญกุศล นอกจากนี้ยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม แกะสลักจากรากไม้ทั้งต้นอายุประมาณ 100 ปี วิหารตี่จั๊งอ๊วง สระนทีสวรรค์และพญามังกร
Continue reading “วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)”

พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

ที่นี่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้ด้านเงินตราและผ้าไทย ภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกคือ ห้องเงิน ซึ่งแสดงประวัติความเป็นมาของเงินตราของประเทศไทย ตั้งแต่การนำโลหะที่มีค่าต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกันสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรื่องราวเงินตรายุคแรกของโลก เงินตราในยุคสมัยต่างๆ เช่น สุวรรณภูมิ ฟูนัน ทวารวดี ศรีวิชัย สมัยล้านนา เงินตราศรีเกษตร และเงินตราร่วมสมัย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในด้านรูปแบบมาโดยตลอด

แต่อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่เงินตราสมัยโบราณเพียงอย่างเดียว เพราะในส่วนที่สองนั้น เป็นส่วนที่จัดแสดงห้องผ้าเพื่อสืบสานและอนุรักษ์ผ้าไทย โดยนำเสนอเรื่องราวของผ้าที่มีบทบาทต่อชุมชน เช่น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2519 ทั้งยังทรงเป็นผู้ริเริ่มเครื่องแต่งกายประจำชาติไทย ส่งเสริมการทอผ้าไหม นอกจากนี้ยังจัดแสดงเรื่องราว ความสำคัญของผ้าที่สะท้อนถึงศิลปะ ความเชื่อ ด้านสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และส่งผลต่อสภาพของเศรษฐกิจ และความรุ่งเรืองในสมัยนั้นๆ สำหรับคนรักผ้าไทยแล้ว จะได้ชมผ้าไทยท้องถิ่นที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี พร้อมกับกรรมวิธีการทอผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคด้วย Continue reading “พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ”

ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง

ชมศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าที่มีสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ณ อุทยานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงรวม 6 ชาติอันได้แก่ ไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา โดยภายในนั้นมีจุดเด่นน่าชมมากมาย อาทิเช่น
 
ฆ้องชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนักประมาณ 3 ตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร เป็นประติมากรรมร่วมสมัย ที่มีการแกะสลักเป็นรูปนักษัตร 12 ราศี และรูปหล่อสำริดสิงห์ 4 ทิศ จาก 4 ประเทศได้แก่ จีน พม่า ลาว และไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของมิตรประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
รูปหล่อสิงห์ 4 ประเทศ อันเป็นสัญลักษณ์ถึงการปกป้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม โดยเริ่มจาก

Continue reading “ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง”

แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดสุพรรณบุรี

1 ใน 2 ของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งสุพรรณบุรี ที่นอกเหนือไปจาก ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีโรงเรือนเพาะเลี้ยงแมลง เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวนา สวนสมุนไพร สวนตุ๊กตากระถาง แปลงพืชสาธิต ฯลฯ อีกแห่งหนึ่งคือ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตร ซึ่งมีโรงเรือนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 7 โรงเรือน ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ที่มีคุณภาพดี เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ แหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้สนใจเข้าอบรม และสามารถประกอบอาชีพได้จริงเพื่อเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว และเป็นศูนย์กลางการตลาดจากผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภค สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ได้มาเยือน คุณจะหลงรักกับบรรยากาศสีเขียวขจี มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงสุดสัปดาห์ได้อย่างเยี่ยมยอด

Continue reading “แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดสุพรรณบุรี”

สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว

สวนสะออน เป็นสวนสัตว์เปิดในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว อยู่ด้านตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว นอกจากจะได้ชมสัตว์ป่าในบรรยากาศธรรมชาติแล้ว ริมทะเลสาบยังมีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนชมทิวทัศน์ 

ที่ตั้งและการเดินทาง ฝั่งตะวันออกของสันเขื่อนลำปาวตรงรอยต่อระหว่าง อ.เมือง และ อ.สหัสขันธ์

ประวัติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาวได้รับการกำหนดให้เป็นเขตห้ามล่าตามประกาศกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2531 มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 210,938 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัดคือ จ.กาฬสินธุ์ ในเขต อ.เมือง อ.สหัสขันธ์ อ.ท่าคันโท อ.หนองกุงศรี อ.ยางตลาด กิ่ง อ.สามชัย อ.ห้วยเม็กและ จ.อุดรธานี ในเขต อ.วังสามหมอ อ.ศรีธาตุ อ.กุมภวาปี สภาพโดยทั่วไปเป็นพื้นน้ำทะเลสาบทั้งหมดของเขื่อนลำปาว โดยมีป่าเต็งรังประมาณ 1,600 ไร่ รวมพื้นที่ของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า

อยู่บริเวณทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ มีสภาพเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนสะออน คือ วัวแดง ซึ่งเป็นสัตว์หายากมีอยู่มากกว่า 130 ตัว นักท่องเที่ยวสามารถชมวัวแดงได้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมันไม่มีลักษณะดุร้าย นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ชะนี ลิง นกชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เลี้ยงไว้และนกที่มาตามฤดูกาล มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม  Continue reading “สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว”

อุทยานแห่งชาติขุนน่าน

ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยภูคาและป่าผาแดง ตำบลภูฟ้า ตำบลบ่อเกลือใต้ ตำบลดงพญา โดยครอบคลุมเทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาภูฟ้า เทือกเขาขุนน้ำว้าน้อย เทือกเขาน้ำว้ากลาง และเทือกเขาผีปันน้ำ มียอดเขาผีปันน้ำเป็นยอดดอยสูงที่สุด ประมาณ 1,745 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทั้งนี้ ภายในอุทยานฯ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย Continue reading “อุทยานแห่งชาติขุนน่าน”

มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ

ด้วยปณิธานความมุ่งมั่นของครอบครัวคุณพิมพ์กุลโอฬารศิรโรจน์ที่จะช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บถือเป็นจุดเริ่มต้นการก่อตั้งมูลนิธิแห่งนี้เมื่อพ.ศ.2524  ภายหลังมีสัตว์ต้องดูแลเพิ่มขึ้นทำให้สถานที่เดิมคับแคบจึงย้ายไปเลี้ยงที่นนทบุรีโดยใช้ชื่อว่า “บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ” ต่อมาในพ.ศ.2532  คุณชวนชื่นโกมารกุลณนคร (ยั่งยืน) ได้ช่วยจัดซื้อที่ดินให้ 200 ตารางวาจึงใช้เป็นที่ทำการมูลนิธิฯ ในปัจจุบันและที่เปลี่ยนมาเป็น “มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ” เนื่องจากในพ.ศ.2536 หลวงตามหาบัวญาณสัมปันโนท่านได้มาที่มูลนิธิฯ และเห็นปัญหาต่างๆ จึงมอบปัจจัยช่วยเหลือสุนัขเดือนละ 100,000 บาทจนท่านละสังขารความช่วยเหลือตรงนี้จึงหมดไปตอนนี้มีสัตว์อยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมากต้องกระจายกันไปเลี้ยงถึง 3 แห่งด้วยกันแห่งแรกคือบ้านปากเกร็ดแต่ด้วยจำนวนสัตว์ที่มากขึ้นเรื่อยๆทำให้แออัดคับแคบทั้งยังมีคนร้องเรียนเรื่องเสียงจึงต้องย้ายบางส่วนไปบ้านบางเลนซึ่งต่อมาประสบปัญหาอุทกภัยได้รับความเสียหายอย่างมากและต้องได้รับการซ่อมแซมทางมูลนิธิฯจึงตั้งใจที่จะย้ายไปบ้านแห่งใหม่นั่นคือบ้านกำแพงเพชรทั้งนี้ก็เพื่อให้สัตว์เหล่านี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

Continue reading “มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ”

พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล

เจดีย์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยนับตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาถึงปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน แต่กระนั้นก็ยังมีเจดีย์อีกจำนวนหนึ่งที่สร้างด้วยวัสดุที่แตกต่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “เจดีย์สเตนเลส” ของเมืองหาดใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สเตนเลสองค์แรกของโลก Continue reading “พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล”